วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วิชาภาษาไทย

Basic Thai for Foreigners


"ภาษาไทย" เป็นภาษาประจำชาติ
แสดงถึงเอกราชอันสูงส่ง
เป็นเอกลักษณ์ค่าล้ำเด่นดำรง
เพื่อยืนยงวัฒนธรรมความเป็นไทย
ภาษาไทยคือภาษาประจำชาติ วัตถุประสงค์ของการศึกษาวิชาภาษไทย
  1. เพื่อให้นักศึกษามีความรู้เกี่ยวกับภาษาไทยอย่างกว้างขวาง และลึกซึ้งเพื่อเป็นพื้นฐานและแนวทางในการ ศึกษาต่อไป
  2. เพื่อให้นักศึกษารู้จักวิธีการนำเสนอความคิดด้วยภาษาที่เหมาะสม
  3. เพื่อให้นักศึกษามีความสามารถในการใช้ทักษะทางภาษาทั้ง 4 ด้าน คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน ได้อย่างดี และมีประสิทธิภาพ
  4. เพื่อให้นักศึกษารู้จักใช้ภาษาได้ถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์ สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมตาม กาลเทศะ และบุคคล
  5. เพื่อให้นักศึกษาใช้ภาษาได้อย่างมีศิลปะ และบรรลุวัตถุประสงค์
  6. เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับภาษาและวรรณกรรมไทยเป็นอย่างดี
  7. เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับภาษาที่เคยใช้ในอดีตตลอดจนภาษาต่างประเทศที่มีอิธิพล ต่อภาษาและวรรณกรรมไทย
  8. เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจแนวคิด ตระหนักถึงคุณค่า และความไพเราะของวรรณกรรมไทย
  9. เพื่อให้นักศึกษาสามารถทำงานกลุ่ม และสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ทางภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  10. เพื่อให้นักศึกษาสามารถศึกษาค้นคว้า พัฒนาความคิดของตนเองได้อย่างมีระบบและเป็นระเบียบ
เนื้อหาในการเรียนภาษาไทย
เนื้อหาสาระที่สำคัญในการเรียนภาษาไทย คือ ศึกษาเกี่ยวกับลักษณะสำคัญ และวิวัฒนาการ ของภาษา วรรณกรรมไทย ตลอดจนศิลปะการใช้ทักษะทางภาษาทั้ง 4 ด้าน อย่างมีวิจารณญาณภาควิชาภาษา ไทยมุ่งที่จะให้นักศึกษาได้รู้จักและตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของภาษาไทยในทุก ด้าน จนเกิดความ ซาบซึ้งสามารถเป็นผู้นำในการศึกษาวิจัย เผยแพร่และถ่ายทอดสรรพวิทยาการ รวมทั้งประยุกต์ใช้ความรู้ทาง ภาษาไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่การประกอบอาชีพ พัฒนาสังคม และประเทศชาติสืบไป
ข้อแนะนำในการเรียน
การศึกษาในภาควิชาภาษไทย นักศึกษาควรที่จะได้เตรียมตัวไว้แต่เบื้องต้นว่าจะต้องศึกษา เรื่องภาษาไทยซื่งทุกคนจำเป็นต้องใช้ตลอดเวลา รวมไปถึงการศึกษาเกี่ยวกับวรรณกรรมไทย วัฒนธรรมไทย สังคม และเรื่องอื่น ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาภาษาและวรรณกรรมไทย ดังนั้น นักศึกษาต้องมีความตั้งใจจริง ที่จะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้
การเลือกเรียนวิชา นักศึกษาควรเลือกวิชาบังคับที่เป็นพื้นความรู้ของวิชาอื่น ในสาขา และ เรียงลำดับรหัสวิชาจากน้อยไปหามาก ไม่ควรเลือกเรียนวิชาเน้นหนักเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงกลุ่มเดียง เช่น กลุ่มภาษา หรือกลุ่มวรรณกรรม วรรณคดี เพราะจะทำให้การศึกษาภาษาไทยไม่กว้างและลึกซึ้งเท่าที่ควร นัก ศึกษาพึงตระหนักว่ากลุ่มวิชาทุกกลุ่มในภาควิชาภาษาไทย มีความสัมพันธ์กันอย่างไม่สามารถแยกออกจากกันได้ โดยเด็ดขาด
ในปัจจุบันภาควิชาภาษาไทยยังจัดกลุ่มวิชาการสอนภาษาไทยเพื่อเพิ่มพูนทักษะในการเป็นผู้ สอนภาษไทยให้แก่นักศึกษาที่สนใจด้วย การเรียนครบทุกกลุ่มวิชาในสาขาฯ จะทำให้ผู้เรียนสามารถนำภาษา ไทยไปประยุกต์ใช้ได้อย่างดี และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ส่วนวิชาโทและวิชาเสรี นักศึกษาเลือกเรียนได้ตามความต้องการเพราะนักศึกษาภาควิชา ภาษาไทย เป็นผู้มีความสามารถทางการใช้ภาษาไทยอยู่แล้ว จึงมีความรู้ความสามรถเพียงพอที่จะนำภาษาไทย ไปประยุกต์ ในการเรียนวิชาโท หรือวิชาเสรีได้ เช่นอาจเรียนวิชาโทหรือเสรี ทางด้านภาษาต่างประเทศ จิตวิทยา ภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วารสารศาสตร์ เป็นต้น ความรู้ความสามารถทางภาษาไทยที่นักศึกษามีอยู่จากการ ศึกษาในวิชาเอก จะช่วยเสริมให้การเรียนในวิชาโท และวิชาเสรีมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ลักษณะการเรียนการสอน
ภาควิชาภาษาไทย ตระหนักถึงความสำคัญของวิธีการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อ ให้ผู้เรียนได้รับทั้งความรู้ และประสบการณ์ในการเรียนการสอนอย่างกว้างขวาง จึงได้จัดวิธีการเรียนการสอน แต่ละวิชาในรูปแบบต่าง กัน เช่น
  1. บรรยาย
  2. ฝึกปฎิบัติ
  3. อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เรียนและระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน
  4. ศึกษาด้วยตนเองในบางหัวข้อที่นักศึกษาแต่ละคนมีความสนใจเป็นพิเศษ
  5. ค้นคว้า และเขียนรายงานทางวิชาการประกอบรายวิชาในหัวข้อที่สาขาอาจกำหนดให้เพื่อฝึกทักษะ ในการอ่าน เขียน รวบรวม และถ่ายทอดผลการศึกษาด้วยตัวเอง
  6. ศึกษารูปแบบ เนื้อหา วิธีการเสนอเนื้อหา ตลอดจนการใช้ภาษาในวรรณกรรมประเภทต่าง เพือฝึกทักษะทางภาษาเพิ่มเติมนอกชั้นเรียน
  7. เชิญวิทยากรผู้มีความรู้ ความสามารถเฉพาะด้านมาบรรยายเพิ่มเติม เพื่อฝึกการศึกษาค้นคว้าหา ความรู้จากทรัพยากรบุคคล
  8. ศึกษาวิเคราะห์ปัญหาและเสนอแนะวิธีการแก้ไขปรับปรุงการใช้ภาษาไทยให้มีประสิทธิภาพ
  9. จัดทัศนศึกษาเพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ ทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจซาบซึ้ง และ ประทับใจเนื้อหาที่เรียนมากยิ่งขึ้น
เกณฑ์การเข้าสาขา รับ 25 คน
  1. พิจารณาตามลำดับคะแนนวิชา . 161
  2. พิจารณาตามลำดับคะแนนเฉลี่ยภาค 1/2539
คุณสมบัติของผู้เรียน
  1. สนใจศึกษาภาษาไทย และวรรณกรรมไทย
  2. ต้องการแสวงหาความรู้เกี่ยวกับภาษาไทยและวรรณกรรม
  3. มีจุดมุ่งหมายที่จะใช้ภาษาไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ประโยชน์
    1. ทำให้นักศึกษามีความรู้ ความสามารถ และมีศิลปะในการใช้ทักษะทางภาษาทั้ง 4 ด้าน เพื่อการติดต่อสื่อสาร ในชีวติประจำวันได้อย่างดี และสีประสิทธิภาพ
    2. ทำให้นักศึกษามีความซาบซึ้งและตระหนักถึงคุณค่าของภาษาไทยและวรรณกรรมไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ในฐานะเป็นเครื่องมือและเป็นกระจกของสังคมที่สะท้อนสภาพการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ประเพณี ความคิด และความเป็นอยู่ของประชาชน ตลอดจนวิวัฒนาการของภาษาไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ
    3. ทำให้นักศึกษาสามารถเชื่อมโยงภาษาไทยกับศาสตร์อื่น ได้ในฐานะที่ภาษาไทยเป็นแกนกลางของการ ศึกษา รวบรวม สั่งสม สร้างสรรค์ และถ่ายทอดศาสตร์ทั้งปวงให้แก่สังคมและประเทศชาติ
    4. ทำให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาวิชาภาษาและวรรณกรรมไทยอันจะเป็น ประโยชน์อย่างยิ่ง ในการเสริมสร้างโลกทัศน์ที่เหมาะสมทุก ด้าน ในการพัฒนาตนเอง สัมคมและ ประเทศชาติ
    แนวทางการประกอบอาชีพ
      บัณฑิตสาขาวิชาภาษาไทยสามารถนำความรู้ทางภาษาไทยไปใช้ประกอบอาชีพได้ทุกสาขาทั้งในส่วนราชการและเอกชนดังนี้
    • ข้าราชการ
    • นักเขียนบทโฆษณา
    • ครูอาจารย์
    • นักอ่านบทโฆษณา
    • นักวิจัยภาษา
    • บรรณาธิการ
    • นักแปล
    • นักเขียน
    • นักข่าวและประมวลข่าว
    • ประชาสัมพันธ์
    • นักหนังสือพิมพ์
    • นักวิเคราะห์-วิจารณ์
    • เลขานุการ
    • งานการท่องเที่ยว-มัคคุเทศก์
    • นักประชาสัมพันธ์
    • งานด้านวัฒนธรรมไทย
    • ผู้ประกาศ-โฆษก
    • งานวิเทศสัมพันธ์
    • นักจัดรายการวิทยุโทรทัศน์
    • พัฒนากร
    • นักแต่งเพลง
    แนวทางการศึกษาต่อ
      นักศึกษาที่ประสงค์จะศึกษาต่อในประเทศที่สามารถศึกษาต่อได้ที่
    • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
    • มหาวิทยาลัยศิลปากร
    • มหาวิทยาลัยมหิดล
เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวัฒนธรรมไทยเป็นเครื่องมือที่สำคัญยิ่งของสังคมและประเทศชาติในการศึกษารวบรวมสั่งสมสร้างสรรค์และถ่ายทอดศิลปวิทยาการทุกแขนงรวมทั้งเสริมสร้างความเป็นเอกราชของชาติไทยนับแต่อดีตจนปัจจุบันภาษาไทยจึงนับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ

วิชาหน้าที่พลเมือง

• วิชาหน้าที่พลเมือง
+โพสต์เมื่อวันที่ : 13 มิ.ย. 2557 เปิดอ่าน : 7,080 ครั้ง
แบ่งปันหน้านี้ไปที่ Social media ของท่าน คลิกเลย
LINE it!



Advertisement
วิชาหน้าที่พลเมือง

เลาะเลียบคลองผดุงฯ
ตุลย์ ณ ราชดำเนิน tulacom@gmail.com



ณ วันนี้ มีเสียงสนับสนุนจากทุกฝ่าย ทุกภาคส่วนเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการนำวิชาหน้าที่พลเมือง ประวัติศาสตร์ และศีลธรรม กลับมาสู่ห้องเรียนโดยแยกออกมาเป็นรายวิชาที่มีการเรียนการสอนอย่างเข้มข้น คาดหวังกันว่าจะสามารถนำไปสู่ ความเป็นพลเมืองที่ดีในอนาคตได้



วิชาดังกล่าวนี้ มุ่งหวังปลูกฝังเด็กและเยาวชนของชาติ ให้มีวินัย เกิดความรักชาติ ประพฤติปฏิบัติในทางที่ถูกต้อง เมื่อเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบ สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสังคมไทย สังคมโลก



แต่เดิมหลักสูตรของปี 2503 มีการระบุชัดเป็นรายวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และสุขศึกษา แต่หลังจากปรับใหม่นั้นวิชาหน้าที่พลเมือง ประวัติศาสตร์ และศีลธรรมเหล่านี้กลับหายไปหมด



ถ้าถามว่ามีการเรียนการสอนหรือไม่ มีแน่นอน แต่เป็นการสอนแบบบูรณาการที่กำหนดอยู่ในกลุ่ม สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เท่ากับเป็นผงชูรสนิดหน่อย แทบจะหมดความสำคัญไปเลยทีเดียว



อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าวันนี้หรือวันหน้า สังคมไทยต้องเปิดกว้างออกไปสู่โลกภายนอก ต้องเผชิญกับอิทธิพลความคิด ความเชื่อ และอุดมการณ์ต่างๆ ฉะนั้นบทบาทของครูและสถานศึกษา จะต้องปรับเปลี่ยนทั้งเนื้อหา วิธีการ ตั้งแต่ผู้บริหาร ครู อาจารย์ผู้สอน นักการภารโรงให้สอดรับกับวิถีโลก วิถีไทย



ดังนั้น การสร้างคนดี มีศีลธรรม จริยธรรม และการบำเพ็ญประโยชน์ นั้นคงไม่พอ แต่ต้องสร้างทั้งคนดีและพลเมืองที่ดีของเพื่อนบ้านและของโลกด้วย



การประพฤติปฏิบัติการจัดกิจกรรมประจำวันของครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องมีพฤติกรรมที่ดีในการสร้างเสริมให้แก่นักเรียนได้เห็นเป็นแบบอย่าง น่านิยมยกย่อง โดยสอนจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวไปไกลตัว จนกลายเป็นเรื่องปกติ เห็นว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เท่ากับเป็นการสร้างพื้นฐานของความเป็นมนุษย์



ก่อนจะเห็นวิชาหน้าที่พลเมือง ประวัติศาสตร์ และ ศีลธรรม กลับสู่ห้องเรียน ผู้บริหารการศึกษา ครู อาจารย์ ผู้สอน และบุคลากรทางการศึกษาทั้งหลายหันมาทำหน้าที่เป็นพลเมืองดีกันก่อนดีไหม ด้วยการไม่ซื้อตำแหน่ง ไม่ลอกผลงาน มีความซื่อสัตย์ โดยเฉพาะปฏิบัติตามศีล 5 อย่างเคร่งครัด ก็น่าจะใช้ได้



ที่มา ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557


Advertisement